ถ้าจะ Process ให้ถ่าย Raw
ถ้าจะจบตั้งแต่ถ่าย ต้องวิเคราะห์หลายอย่างก่อนจะกดชัตเตอร์
ที่สำคัญ ต้องรู้ว่าของที่เรามีอยู่มีข้อจกัดอะไรบ้าง
เช่น หากเป็นฟิล์ม ช่วงการให้รายละเอียด โอเวอร์ - อันเดอร์ สุดได้กี่สตอป ภาพจะยังคงรายละเอียดอยู่ และภาพจะขาวสนิท หรือดำสนิท ที่กี่สตอป (Latitude) ถ้าเป็นดิจิตอล .. ระบบประมวลผลในกล้องให้ค่าเดียวกันนี้เป็นอย่างไร
เมื่อเรารู้ว่าอุปกรณ์ที่เรามีอยู่ มีพิสัยอย่างไรแล้วในการถ่าย ก็วัดแสงในส่วนที่เป็นเทากลาง ส่วน Hilight และส่วน Shadow ว่ามันห่างกันกี่สตอป ถ้าจะละเอียดยิ่งขึ้นไปอีก ให้วัดในส่วนที่เราต้องการให้เข้มดำสนิท หรือสว่างขาวสนิท ว่าได้ค่าอะไรอยู่ในพิสัยที่อุปกรณ์เราจะให้ภาพเป็นอย่างไร แล้วจึงถ่ายครับ
ขั้นตอนดูเหมือนยาวยืด แต่หากเราใช้จนชำนาญแล้วใช้เวลาประมวลผลในสมองแว๊บเดียวครับ

ส่วนการถ่ายในสตูฯ ต้องศึกษาค่าการกระจาย - กระเจิงของแสง ที่ออกมาจากแหล่งกำเนิดด้วยครับ ว่าให้แสงเคลียร์ เท่ากันหมด หรือ เป็นแกรเดียนท์ วิธีวัดสงก็วัดคล้ายวิธีข้างต้นครับ แต่มีเทคนิคที่ต้องเพิ่มเข้าไปอีกคือ การจัดทิศทางแสงครับ ซึ่งการจัดทิศทางแสง จะมีรูปแบบที่ไม่ตายตัว...อิสระมาก หากเรารู้ว่า แสงที่ผ่านรีเฟลคชนิดต่างๆ มีลักษณะเฉพาะตัวอย่างไร และไฟแฟลชของเรานั้น มีความเสถียรในการให้แสงมาก - น้อยแค่ไหนครับ

รู้เขา (ปัจจัยภายนอก เช่นแสง ลักษณะของแสง การสะท้อนแสงของแบบ ฯลฯ )
รู้เรา (อุกรณ์ที่เรามี ข้อจำกัด - ข้อได้เปรียบ ฯลฯ)
การถ่ายภาพจะไม่ยุ่งยากครับ
