|
|
View Finder
ศิษย์พี่
ร่มโพธ์ร่มไทร
  
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 2,000

Legend of twin
|
 |
« ตอบ #1 เมื่อ: 29 เมษายน 2008, 21:11:23 » |
|
พื้นฐานการวัดแสงสำหรับการถ่ายภาพสวัสดีครับ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาว welovefoto.com วันนี้ ผม กระทาชาย นาย View Finder จะมาโชว์ห่วย เรื่องพื้นๆ แต่นับเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นเรื่องพื้นฐานสำหรับการถ่ายภาพ .. พื้นฐานนี้ สำคัญนะครับ ไม่ว่าบ้านเรือนรโหฐานแค่ไหน หากสร้างพื้นฐานไว้อย่างแน่นหนา ความรโหฐานของบ้านเรือนนั้นก็จะมั่นคง แต่หากบ้านเรือนที่ดูรโหฐาน กลับมาจากการต่อเติมบนพื้นฐานที่ไม่แน่นหนา วันใดวันหนึ่งโดนพายุถาโถมใส่ ก็มีสิทธิ์พังทลายเอาง่ายๆ จริงไหมครับ.... โม้มาพอหอมปากหอมคอ ขอวกเข้าเรื่องราวของเรากันต่อดีกว่า พูดถึงการถ่ายภาพ สิ่งที่จะทำให้เกิดภาพขึ้นบนเยื่อเซลูลอยด์ชุบเกลือเงิน ในส่วนของฟิล์ม หรือจะเป็นบนเซนเซอร์รับแสง พวก CCD หรือ CMOS ในส่วนของระบบดิจิตอล ก็คือพลังงานจากแสงไงครับ คำว่า Photography มันมีที่มาของมัน จาก Photo + Graphic ซึ่งเป็นภาษาละติน Photo แปลว่าแสง Graphic แปลว่าวาดภาพ ดังนั้น Photography แปลตรงๆว่า การวาดภาพด้วยแสง เพื่อนๆจะเห็นว่า แสงนั้นเป็นพระเอกหลักของการสร้างภาพถ่ายเลยนะครับ เมื่อแสงเป็นพระเอกหลักของการถ่ายภาพ เหตุฉะนี้ เราก็ ต้อง มารู้ว่า แล้วแสงปริมาณมากขนาดไหน มันถึงจะพอดีๆ ที่จะทำให้ภาพถ่ายของเราได้รับแสงพอดี ไม่น้อยไป (Under) หรือมากไป (Over) หากเราไม่รู้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกล้องว่าวัดได้เท่าไหร่ก็ถ่ายๆไป อันเดอร์ก็มาดึงเลเวล (LEVEL) โอเวอร์ก็มาลดเลเวล (LEVEL) เช่นนี้แล้ว ภาพของเราก็จะด้อยคุณภาพลงไปครับ ไม่ว่าสีสันจืดลง รายละเอียดขาดหาย น๊อยส์เกิดมากมาย เส้นผมกลับกลายเป็นปึกปื้น ฯลฯ  ก่อนจะว่ากันถึงเรื่องการวัดแสง จะขอยกตัวอย่างกลไกของกล้อง เทียบกับของใกล้ตัวให้พอเห็นภาพและนำไปใช้เป็นจินตนาการก่อนนะครับ
|
ถ้าไร้สติ ประสบการณ์ทั้งชีวิตก็ไร้ความหมาย
|
|
|
View Finder
ศิษย์พี่
ร่มโพธ์ร่มไทร
  
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 2,000

Legend of twin
|
 |
« ตอบ #2 เมื่อ: 29 เมษายน 2008, 21:13:42 » |
|
กลไกของการเปิดให้แสงเข้ามากระทบถูกฟิล์ม หรือ เซนเซอร์รับแสงพวก CCD or CMOS นั้นก็จะประกอบด้วยม่านไดอะแฟรม*1 มีลักษณะเป็นม่านทรงกลมสามารถเปลี่ยนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ อยู่ในตัวเลนส์ และชัตเตอร์*2 โดยปกติแล้วจะอยู่ที่กล้อง (มีบางรุ่นชัตเตอร์จะอยู่ที่เลนส์ แต่หลักการทำงานก็คืออย่างเดียวกัน) ส่วนฟิล์ม หรือเซนเซอร์นั้น ก็มีค่าความไวในการรับแสงของมันมีหน่วยวัดในปัจจุบันเป็น ISO เช่น ISO100,ISO 200 เป็นต้น เราสามารถเปรียบเทียบการให้แสงเข้ามากะทบถูกฟิล์มหรือเซนเซอร์ ได้กับ ปากกาหมึกซึม และกระดาษนะครับ ให้แสงคือน้ำหมึกในปากกาหมึกซึม ไดอะแฟรมคือขนาดของหัวปากกาหมึกซึม ความเร็วชัตเตอร์คือความเร็วในการลากปากกาหมึกซึมไปบนกระดาษ และความไวแสง (ISO) คือความสามารถในการดูดซับน้ำหมึกของกระดาษ เมื่อเราลากปากกาหมึกซึมผ่านกระดาษด้วยความเร็วค่าหนึ่ง สมมติให้เป็นค่า ก. จะได้ปริมาณความเข้มของหมึกบนกระดาษแบบหนึ่ง แต่ถ้าเราลากปากกาให้เร็วขึ้นสมมติเป็นค่า ข. ความเข้มของหมึกก็จะจางลง หากเราลากปากกาให้ช้าลงสมมติเป็นค่า ค.ความเข้มของหมึกก็จะเข้มขึ้น พอจะเห็นภาพไหมครับ นี่คือเรื่องความเร็วชัตเตอร์ที่มีค่าความเร็วในการเปิดและปิด มีหน่วยเป็นวินาที เช่น 2, 1, 1/2, 1/4, 1/8, 1/15, 1/30, 1/60,..... 1/4000,1/8000 วินาที (ความห่างตัวเลขมีค่าช่องละ 1 สตอป) ตัวเลขดังกล่าว มีความหมาย เช่น ความไว(ระยะเวลา)ในการเปิด-ปิดชัตเตอร์ ด้วยเวลา 2 วินาที ย่อมทำให้แสงผ่านเข้ากระทบถูกฟิล์มหรือเซนเซอร์ มากกว่า ใช้ความไว(ระยะเวลา)ในการเปิด-ปิดชัตเตอร์ ด้วยเวลา 1 วินาที
|
ถ้าไร้สติ ประสบการณ์ทั้งชีวิตก็ไร้ความหมาย
|
|
|
View Finder
ศิษย์พี่
ร่มโพธ์ร่มไทร
  
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 2,000

Legend of twin
|
 |
« ตอบ #3 เมื่อ: 29 เมษายน 2008, 21:52:32 » |
|
มาถึงเรื่องไดอะแฟรม หรือช่องรับแสง เมื่อเราลากปากกาหมึกซึมแท่งที่หนึ่ง ซึ่งมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของปาก 1 ม.ม. ด้วยความเร็วคงที่ไปบนกระดาษ ก็จะได้ปริมาณความเข้มของหมึกบนกระดาษแบบหนึ่ง หากเราใช้ปากกาแท่งที่สองซึ่งมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของปาก 2 ม.ม. ด้วยความเร็วเท่าเดิม ไปบนกระดาษชนิดเดิม แน่นอน ปริมาณน้ำหมึกที่ลงสู่กระดาษต้องมากขึ้น และหากเราใช้ปากกาแท่งที่สามซึ่งมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของปาก 0.5 ม.ม. ด้วยความเร็วเท่าเดิม ไปบนกระดาษชนิดเดิม แน่นอน ปริมาณน้ำหมึกที่ลงสู่กระดาษต้องน้อยลง พอจะเห็นภาพไหมครับ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของปากกา ก็เทียบเคียงได้กับขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของไดอะแฟรมหรือ ม่าน(ช่อง) รับแสง ที่อยู่ในเลนส์ มีค่าเป็น 1.0, 1.4, 2.0, 2.8, 4.0, 5.6, 8.0, 11.0,......,32.0, 64.0.... (ความห่างระหว่างตัวเลข มีค่าช่องละ 1 สตอป) มีความหมายคือ เลข 1.0 เส้นผ่าศูนย์กลางวงกลมจะมีขนาดกว้างกว่า 1.4 2เท่า กว้างกว่า 2.0 4เท่า กว้างกว่า 2.8 8เท่า ... ซึ่งที่มาที่ไปของมันนั้นจะเป็นเรื่องฟิสิกส์ของวงกลมซึ่งถ้าหากผมนำมาเขียนไว้ด้วยในนี้ มันจะสร้างความงุนงงสงสัยให้กับเพื่อนๆยิ่งขึ้นไปอีกเป็นแน่แท้ ผมขอละไว้แล้วกันนะครับ แต่ถ้าใครสงสัยใคร่รู้ ก็ลองหลังไมค์มาดูครับ เผื่อว่าปัญญาเท่าหางอึ่งของผมพอจะไขข้อข้องใจได้บ้าง หรืออาจจะข้องหนักขึ้นไปอีกก็ไม่ทราบได้นะครับ 
|
ถ้าไร้สติ ประสบการณ์ทั้งชีวิตก็ไร้ความหมาย
|
|
|
View Finder
ศิษย์พี่
ร่มโพธ์ร่มไทร
  
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 2,000

Legend of twin
|
 |
« ตอบ #4 เมื่อ: 29 เมษายน 2008, 21:54:56 » |
|
ทีนี้มาว่ากันเรื่องค่าความไวแสงของฟิล์ม หรือเซนเซอร์ (ค่าISO) ถ้าเปรียบเทียบด้วยปากกา ความไวในการลากปากกา และกระดาษ เจ้าค่าความไวแสงของฟิล์มนี้ก็จะมีคุณสมบัติเฉกเช่นความสามารถในการดูดซับน้ำหมึกของกระดาษ หากเราลากปากกาหมึกซึมที่มีขนาดปากเท่ากัน ด้วยความเร็วเท่ากันไปบนกระดาษดับเบิ้ลเอ ก็จะได้ความเข้มหรือปริมาณของหมึกค่าหนึ่ง แต่หากเราลากไปบนกระดาษทิชชู่... แน่นอนคุณสมบัติของกระดาษทิชชู่น่าจะดูดซับน้ำหมึกได้ดีกว่ากระดาษดับเบิ้ลเอ และความเข้มของหมึกบนกระดาษก็สมควรจะมากกว่า ... พอจะเห็นภาพไหมครับ ค่าความไวแสงของฟิล์มหรือเซนเซอร์นั้น จะมีตัวเลขชี้วัดในปัจจุบันเป็น ISO เช่น ISO 25, 50, 100, 200, 400, 800,....,3200, 6400.... ตัวเลขเหล่านี้มีความหมายอีก คือ เลขน้อยจะมีความไวต่อแสง น้อยกว่าเลขมากครับ เช่น ISO100 จะมีความไวแสงมากกว่า ISO50 อยู่สองเท่า และน้อยกว่า ISO200 อยู่สองเท่า งงกันมั่งไหมเนี่ย 
|
ถ้าไร้สติ ประสบการณ์ทั้งชีวิตก็ไร้ความหมาย
|
|
|
|
|
View Finder
ศิษย์พี่
ร่มโพธ์ร่มไทร
  
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 2,000

Legend of twin
|
 |
« ตอบ #6 เมื่อ: 29 เมษายน 2008, 22:12:22 » |
|
ต่อมา เราจะมาว่าถึงการวัดแสงอย่างเนื้อๆกันเสียทีนะครับ ค่าแสงแค่ไหนหว่า จึงจะถือว่าเป็นค่าพอดีๆ สำหนับมนุษย์มนาสามัญชนส่วนใหญ่ของโลกใบนี้ ที่ถือว่าเป็นค่าที่พอดีแล้ว ถูกต้องแล้ว พวกฝรั่งผู้ค้นคิดเรื่องการถ่ายภาพ และกำหนดทดลองมาจนได้ตัวเลขสำเร็จให้พวกเราเหล่า USER ได้ใช้กันนั้น บอกว่าค่าความเข้มแสง (เข้ม – กลาง – อ่อน หรือ ดำ – เทา - ขาว) ที่สะท้อนออกมาจากวัตถุที่ได้รับแสง โดยเฉลี่ยบนโลกใบนี้ ที่ตามนุษย์เห็นโดยทั่วไปคือค่า เทา 18% ... งงไหมครับ เราก็มางงไปพร้อมกันนะ  ผมลองกะๆว่าเทา 18% นั้นคืออะไร ในความคาดคิดของผมคือปริมาณสีขาวสนิท 82 ส่วน ผสมกับดำสนิท 18 ส่วน *** ความเห็นของผมเอง ไม่มีในตำราใดๆนะครับ หรือหากจะมี ถือว่าความเห็นของผม บังเอิญไปตรงกับตำรานั้นพอดี แต่อันที่จริงแล้วมันมีตัวตนครับ ว่าเทา 18 % นั้นเป็นอย่างไร ตามรูปนะครับ เป็นกระดาษเทา 18 % ซึ่งใช้กระบวนการสร้างสีแบบ Organic Dye ของบริษัทโกดัก
|
ถ้าไร้สติ ประสบการณ์ทั้งชีวิตก็ไร้ความหมาย
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|