ได้ความรู้ดีครับ
แต่มีข้อคิดนิดหนึ่งครับ ผมเข้าใจว่า...คือกล้องสามารถถ่ายภาพหนึ่งครั้งหนึ่งได้เพียงหนึ่งค่าแสง(ยกเว้นถ่ายคร่อมและซ้อน...ซึ่งไม่เคยลอง) ณ จุดที่เราอ้างอิงวัดแสง ค่าแสงที่ตกกระทบวัตถุ ณ จุดนั้นจะถูกต้อง ส่วนอื่นๆ ก็ไล่เรียงไป ไม่ว่าจะวัดแบบจุด เฉลี่ยกลาง หรือเฉลี่ยแสงทั้งภาพ ในแง่ดิดเดียวกัน ค่าไวท์ บาลานซ์ ก็คงไม่ต่างกัน ถ้ากล้อง(โดยระบบประมวลผล)อ่านค่าไวท์ บาลานซ์ผิดเพี้ยนไป เราก็ต้องปรับแก้ แต่ถ้าเป็นเพราะแสงในสภาพล้อมล้อมจริง เราตั้งปรับค่าไวท์ บาลานซ์ให้ค่าของแสงสีหนึ่ง ค่าของแสงสีอื่นๆ ในภาพก็จะเพี้ยนตามไปด้วย ระบบไวท์ บาลานซ์ ที่ให้มาก็เพื่อแก้ปัญหาเรื่องสีของแสงหลักๆ ที่มีผลต่อตัววัตถุ เช่นแสงแดด แสงจากหลอดไปประเภทต่างๆ ถ้าเทียบเป็นอุณหภูมิละก็ แสงจากหลอดทังสเตน มีค่าอุณหภูมิเท่าไร เป็นต้น ค่าแสงสีต่างๆ ก็เช่นกัน เช่นตัวอย่างข้างต้น เมื่อถ่ายออกมาให้องค์พระเป็นสีทองอร่าม องค์ประกอบอื่นๆ ก็จะรับอิทธิพลค่าแสงนั้นไปด้วย เพี้ยนตามไป
คุณเอ็กซ์ เคยอธิบายเรื่อง ไฟคอนเสิร์ต ไฟแสงสีต่างๆ จะต้องเซ็ทค่าความเข้มความส่องสว่างของแสงให้ดี ไม่ให้ตกกระทบที่ตัวนักแสดงมากเกินไป ไม่อย่างนั้นต้องมาตั้งไวท์ บาลานซ์แก้ แล้ววัตถุอื่นๆ บนเวทีในภาพ ก็จะเพี้ยนไปด้วย แต่สกินโทน ถูกต้อง
โดยส่วนตัวผม ใช้โหมด ออโต้ครับ หรือไม่อย่างนั้น ก็เลือกตั้งค่าตามประเภทของแสง ไม่ตั้งค่าแสงตามประเภทของสีของวัตถุ เพราะถ้าต้องการอย่างนั้น ไปปรับแก้เฉพาะสีในโฟโต้ช็อบดีกว่า เคยลองแล้ว พอปรับไวท์ บาลานซ์ สีอื่นๆ ก็เพี้ยนตาม แต่ในโฟโต้ ช็อบ เราปรับลดความอิ่มตัวของสีงช่วยได้อีกทางหนึ่ง และเป็นการยากที่จะต้องคอยท่องจำค่าอุณหภูมิของสีอีกด้วย อีกอย่างหนึ่งผมชอบถ่ายภาพตามสภาพข้อเท็จจริงของสภาพแวดล้อมครับ อย่างตัวแบบสีเนื้อตั้งอยู่ในห้องสีเขียว เฉดแสงย่อมกกระทบอยู่แล้ว ถ้าปรับแก้ ห้องสีเขียวๆ ในภาพที่ถ่ายออกมาก็เรียบร้อยไปด้วยครับ ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของงานของการถ่ายภาพในขณะนั้น ช็อตนั้นๆ ครับ
ผิดถูกประการใด จอมยุทธช่วยแถลงไขด้วยครับ...ขอบคุณครับ
-----WB ต่างๆ อ้างอิ่งมาจากแหล่งกับเนิดแสดง และ วัตถุที่สะท้อนสีเขามาหา SJ ของเรา
----------AWB นั้นผมยอมับว่ามันช่วยทำให้เราถ่ายภาพโดยไม่ต้องกังวลอะไรมาก สามารถทกให้การถ่ายภาพได้สีที่ใกล้เคียงกับวัตถุจริงๆ มากขึ้นโดยการคำนวณแสงทั้งภาพ
+-----ผมเป็นคนหนึ่งที่มีกล้องแล้ว AWB มันไม่ดีเอามากๆ ผมเลยเริ่มหัดใช้ แบบ K เป็นหลัก
สิ่งที่คุณถามจากประสบการณ์ที่ผมวัตถุที่จะทีอาการสีเพี้ยน เนื่องจาก ใช้ WB แบบ K นั้น คือวัตถุนั้นได้รับอทธิพลจากแหล่งกำเนิดแสงจากที่อื่นมากกว่าแหล่งกำเนิดแสงหลักในภาพ เช่น ผมถ่ายภาพร้านขายโคมไฟทั้งสองร้านในภาพเดียวกัน ร้านแรกใช่หลอด ฟูลออเรสเซนต์ ร้านที่สองใช้หลอดไส้ ถ้าตอนผมถ่าย ผมเลือกที่จะประ WB เป็นหลอดไส้ แน่นอนอีกร้านแสงข้างในก็จะเป็นสีฟ้า ถ้าผมเลือกที่จะปรับ WB เป็นหลอดฟูออเรสเซนต์ อีกร้านก็แต่ดี เหลืองออมแดง
และถ้าผมเลือกใช้ AWB ผมอาจจะได้ทั้งสองร้านในสภาพแสงที่ใกล้เคียงกัน (แล้วแต่กล้องว่ามี AWB แม่นขนาดไหน) แล้วถ้าผมเลือกใช้ K ล่ะ ผมอาจจะเลือกเฉลี่ย ให้ทั้งสองร้านตรงกันได้ หรือ อยากจะเฉลี่ย ให้ร้านไหนได้สีแบบไหนตามที่ต้องการ
--------------+สิ่งที่ผม อธิบายในเรื่อง WB ก็คือ ทุกรูปแบบการถ่ายรูป การตั้งค่าพารามิเตอร์ในกล้อง ย่อมสำคัญต่างกันออกไป ถ้าผมถ่าย Life ผมก็ต้องการความรวดเร็วผมอาจจะเลือก เป็น AWB ก็ได้ หรือ Present WB ตามในกล้องก็ได้ แต่ถ้าผมไปถ่ายภาพในสตูล่ะ ผมอาจจะต้องตั้งค่า K เพื่อให้ได้แสงที่ถูกต้องที่สุด ถ้าผมถ่ายภาพ Landscape แล้วผมมีเวลาจินตนาการตามสภาพแสงและสีที่ผมอยากได้ ผมก็ อาจจะใช้ K เพื่อใส่จินตนาการ โทนหรือสีที่อยากได้ หรือผมก็อยาจจะใช้ AWB หรืิอ Present ก็ได้ครับผม
สิ่งที่ผมอยากเอามาแบ่งปันหรือแชร์ความรู้ในครั้งนี้ก็คือ WB แบบ K นั้น มันก็มีประโยชน์ในการถ่ายภาพในแต่ละรูปแบบของเราในวาระที่ต่างกัน ไม่ว่าเราอยากจะได้สีที่ถูกต้อง หรือ เราอยากได้สีในแบบที่ผิดแปลกออกไป อย่างการถ่าย Sunset ผมอาจจะตั้ง WB แบบ K แล้ว Shift Filter สีลงไปเพื่อให้ได้ภาพที่แปลกขึ้น ผมไม่ได้บอกให้ใช้ WB แบบ K เพื่อทำให้ สีถูกต้อง แต่ผมอยากให้กระทู้นี้ให้คนอ่านแล้ว ลองนำไปใช้ในรูปแบบต่าง ว่าเราต้องการสีแบบไหน อย่างไร Skin Tone อย่างไร ไม่จำเป็นต้องถูก แต่บางครั้งมันเป็นสิ่งที่เราต้องการสร้างมันขึ้นด้วยจินตนาการ ดังนั้น ลองหลายๆ รูปแบบฮะ บางครั้งการผิดเพีัยนเกินที่จะแก้ได้ Software ก็อาจจะไม่คำตอบที่ดีที่สุด คำตอบที่ดีที่สุดอยู่ที่คุณถ่ายภาพอยู่ตรงนั้นเห็นสภาพและสี ของแสงในตอนนั้น ถ้าเรามีเวลาเราก็อาจจะแก้มันได้จากตรงนั้นเลย การลองเรียนรู้อะไรแปลกๆใหม่ๆบ้าง ผมว่าเป็นสิ่งดีที่ทำให้เรามีประสบการณ์ในการอ่านค่าแสงและสีมากขึ้นครับผม